ศูนย์ความเป็นเลิศด้า​นฟิสิกส์ จัดการแถลงข่าว เรื่อง “การพัฒนาอินเตอร์เฟี​ยร์โรเมทรีเชิงอะตอมและ​เทคโนโลยีควอนตัม”

10 เมษายน 2558

 

          ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ จัดการแถลงข่าว เรื่อง “การพัฒนาอินเตอร์เฟียร์โรเมทรีเชิงอะตอมและเทคโนโลยีควอนตัม” เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2558 ณ ห้องประชุม 2 ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ศาสตราจารย์ (เกียรติคุณ) ดร.ถิรพัฒน์ วิลัยทอง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ดร.วรานนท์ อนุกูล หัวหน้าโครงการจัดตั้งห้องปฏิบัติการวิจัยทัศนศาสตร์อะตอมควอนตัม ศูนย์ฯ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่าง ๆ และในโอกาสนี้ได้พาสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมห้องปฏิบัติการวิจัยทัศนศาสตร์อะตอมควอนตัมด้วย

 

          ศาสตราจารย์ (เกียรติคุณ) ดร.ถิรพัฒน์  วิลัยทอง ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ ประธานการแถลงข่าว กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7-8 เมษายน ที่ผ่านมา ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ได้จัดการสัมมนา หัวข้อ “การพัฒนาอินเตอร์เฟียร์โรเมทรีเชิงอะตอม” โดยเชิญกลุ่มนักวิจัยสาขาอะตอม-แสง จากหลายสถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) มาระดมสมองร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ เพื่อให้ได้แนวทางที่สำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เฟียร์โรเมทรีเชิงอะตอม โดยมุ่งที่การประยุกต์ใช้งานวิจัยด้านอะตอมเย็น อันเป็นผลิตผลจากการดำเนินงานของศูนย์ความเป็นเลิศในระยะที่ 1 (พ.ศ. 2551-2555) ไปสู่เทคนิคการวัดที่มีความเที่ยงตรงสูง ตลอดจนเพื่อสร้างเครือข่ายนักวิจัยที่มีความสนใจร่วมกันในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว

 

          จากการประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นสำหรับโปรแกรมวิจัยร่วมกันว่าจะสร้างต้นแบบเครื่องวัดค่าความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงที่แม่นยำและละเอียดเหนือกว่าเทคนิคแบบเก่าให้ได้ภายในกรอบระยะเวลา 3-5 ปี เพื่อพัฒนาไปเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทำการสำรวจแหล่งทรัพยากรน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และสินแร่ แบบขนาดเล็กซึ่งสามารถนำไปติดตั้งในเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์เพื่อนำไปสำรวจในบริเวณพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก และด้วยความแม่นยำที่เพิ่มขึ้นทำให้สามารถสำรวจแหล่งทรัพยากรได้มีประสิทธฺภาพมากขึ้นโดยเฉพาะแหล่งพื้นดินและชายฝั่งที่คิดว่าน้ำมันได้หมดไปแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนของการสำรวจและขุดเจาะในบริเวณทะเลลึกได้ไม่น้อยกว่า 10 เท่า โดยในปัจจุบันมีการใช้เทคนิคอินเตอร์เฟียร์โรมิเตอร์เพื่อวัดการหมุนและความเอียงลาด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอากาศยาน การบิน และอวกาศ นอกจากนี้ความสามารถในการวัดค่าความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงที่แม่นยำยังถูกใช้ในการคาดการณ์เชิงธรณีวิทยา เช่น การเลื่อนตัวของเปลือกโลก หรือวัดระดับน้ำใต้ดิน รวมถึงงานมาตรวิทยา และการสำรวจทางการทหาร

 

 

จำนวนทั้งหมด 15 ภาพ

 

กลับหน้าหลัก | ไปหน้าข่าวกิจกรรม