สรุปผลการเยี่ยมเยือนตามคำเชิญของศูนย์กลางเทคโนโลยีควอนตัม (CQT) สาธารณรัฐสิงคโปร์

24 พฤศจิกายน 2557

 

ระหว่างวันที่ 6-7 พ.ย. 2557 ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนานยาง (NTU) สาธารณรัฐสิงคโปร์

 

        ความไม่สมดุลของกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดลองในสาขาอะตอม-โมเลกุล-แสง ภายในประเทศ ทำให้โครงการสร้างห้องปฏิบัติการวิจัยอะตอมเย็นโดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ (Thailand Center of Excellence in Physics-ThEP) ริเริ่มสร้างความร่วมมือด้านงานวิจัยกับศูนย์กลางเทคโนโลยีเชิงควอนตัม (Center for Quantum Technologies-CQT) ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งประสพปัญหาในทิศทางตรงกันข้าม กล่าวคือ ด้วยเงินลงทุนจากรัฐบาลกว่า 4,800 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2550 เพื่อสร้างสถาบันวิจัยที่สมบูรณ์แบบ แต่กลับขาดแคลนในแง่ของจำนวนนักวิจัย และนักศึกษา

 

        ศูนย์กลางเทคโนโลยีเชิงควอนตัมหรือศูนย์ CQT มีบุคลากรมากกว่า 200 คน ประมาณ 70% เป็นนักวิจัยซึ่งมีต่ำแหน่งงานประจำ และมีสัดส่วนของบุคคลากรด้านบริหารและธุรการเพียง 8.5% ศูนย์ CQT ประกอบไปด้วยกลุ่มวิจัย 21 กลุ่ม ตั้งอยู่ใน 2 มหาวิทยาลัยหลัก คือ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (ลำดับโลกอยู่ระหว่าง 22-25 และอยู่ลำดับที่ 41 ของโลกในสาขาฟิสิกส์) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนานยาง (ลำดับโลกอยู่ระหว่าง 39-61 ขึ้นกับสถาบันการจัดอันดับ)

 

        การเยี่ยมชมและพบปะเพื่อสร้างความร่วมมือวิจัยด้านการทดลองเชิงควอนตัมมีกำหนดระยะเวลา 2 วัน ครอบคลุมวันที่ 6-7 พ.ย. 2557 คณะเดินทางประกอบด้วยบุคลากรจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ และจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมทั้งหมดจำนวน 5 คน เริ่มต้นในเช้าวันที่ 6 พ.ย. 2557 ด้วยการบรรยายถึงภาพรวมของ ศูนย์ CQT โดย Assoc. Prof. Kuldip Singh ผู้อำนวยฝ่ายการบริหาร จากนั้น ศ. เกียรติคุณ ดร. ถิรพัฒน์ วิลัยทอง ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ ได้แสดงวิสัยทัศน์และแผนที่นำทางระดับประเทศในสาขาวิจัยการทดลองเชิงควอนตัม ตามด้วยการบรรยายเรื่องการสนับสนุนงานวิจัยควอนตัมของคณะวิทยาศาสตร์ และ ความสนใจในงานวิจัยสาขาอะตอม-โมเลกุล-แสง ของภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ โดย รศ.ดร. สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รศ.ดร. พิศิษฐ์ สิงห์ใจ หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ จากสถาบันเดียวกัน ตามลำดับ หลังจากมีการกล่าวสรุปข้อเสนอเบื้องต้นถึงรูปแบบของความร่วมมือวิจัยระดับภาควิชาผ่านการถ่ายโอนเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนนักวิจัย และการฝึกงานของนักศึกษา กล่าวโดยสังเขป คือ บุคลากรจากประเทศไทยจะมาช่วยสร้างงานวิจัยโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ของศูนย์ CQT ดร.วรานนท์ อนุกูล ได้ดำเนินการบรรยายต่อไปในหัวข้อ “อะตอมเย็นสำหรับการคำนวณเชิงควอนตัม: R&D ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” อันประกอบไปด้วยงานวิจัยของห้องวิจัยทัศนศาสตร์เชิงอะตอมควอนตัม (QAO lab) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สำเร็จไปบ้างแล้ว ที่กำลังดำเนินอยู่ และที่กำลังจะทำต่อไปในอนาคต ปิดท้ายภาคบรรยายด้วยหัวข้อเรื่อง “แหล่งกำเนิดอิเล็กตรอนเย็นสำหรับเครื่องเร่งขนาดเล็กทางการแพทย์” โดย ดร. นฤพนธ์ ฉัตราภิบาล นักฟิสิกส์ของห้องปฏิบัติการวิจัย QAO lab อีกท่านหนึ่ง

 

        หลังจากการบรรยายในภาคเช้าของวันที่ 6 พ.ย. 2557 คณะผู้บริหารและนักวิจัยไทยได้เดินทางจาก NUS ไป NTU เพื่อเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการด้านอะตอมเย็นของกลุ่มวิจัย Dr.Rainer Dumke จากนั้นในวันที่ 7 พ.ย. 2557 ได้เยี่ยมชมเพิ่มเติมอีก 4 กลุ่มวิจัยด้านอะตอมเย็น คือ กลุ่มของ Dr.Christian Kurtsiefer, Dr.Wenhui Li, Dr.Bjorn Hessmo และกลุ่มของ Dr.Murray Barrett ตามลำดับ คณะเดินทางฯได้รับฟังการบรรยายจากหัวหน้าห้องวิจัยจำนวน 5 ท่าน เพื่อสังเกตการณ์ระดับความขาดแคลนบุคลากร และเทคโนโลยีที่ใช้ในแต่ละห้องวิจัย ร่วมพูดคุยและเสนอรูปแบบความร่วมมือในด้าน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนนักวิจัย และการฝึกงานระยะสั้นของนักศึกษา ที่อาจเป็นที่สนใจของทั้งสองฝ่าย การเยี่ยมชมเพื่อความร่วมมือวิจัยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 2 ชั่วโมงในแต่ละกลุ่ม และดำเนินไปจนถึงช่วงบ่ายของวันที่ 7 พ.ย. 2557 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย

 

        ผลจากการร่วมพูดคุยสามารถสรุปสาระของกิจกรรมวิจัยและโอกาสของการสร้างความร่วมมือวิจัย ได้ว่าศูนย์ CQT มีความสนใจที่จะรับนักศึกษาโครงการช้างเผือกสาขาวิทยาศาสตร์ที่ปัจจุบันทำวิจัยอยู่ที่ QAO lab ผ่านโครงการแลกเปลี่ยน ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสในการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในศูนย์ CQT ต่อไปภายใต้บริบทความร่วมมือวิจัยผ่านการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม นักศึกษาที่ได้เรียนต่อที่ศูนย์ CQT จะเป็นส่วนประกอบสำคัญในความร่วมมือวิจัยซึ่งแตกต่างจากกติกาการรับทุนการศึกษาแบบปรกติที่ผู้รับทุนฯสามารถเลือกสถานศึกษาได้ตามต้องการโดยไม่จำเป็นต้องมีความเชื่อมโยงเชิงวิจัยระหว่างสถาบันภายในประเทศกับภายนอกประเทศ ผลการเยี่ยมเยือนขั้นต้น ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า ควรเริ่มความร่วมมือผ่านการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมสำหรับนักศึกษาที่ลงทะเบียนในทั้งสองประเทศ หลังจากนั้นเมื่อมี MOU ระหว่างสถาบันที่ชัดเจนเป็นที่เรียบร้อย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนนักวิจัย และ การฝึกงานระยะสั้นของนักศึกษา จะสามารถดำเนินการต่อไปในกรอบเวลา 1-2 ปี

 

 

(ก)

 

 

(ข)

 

 

(ค)

 

 

(ง)

 

ภาพที่ 1 แสดงผู้ร่วมเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ CQT ที่ NTU (ก) และที่ NUS (ข) จากซ้ายไปขวา ดร.นฤพนธ์ ฉัตราภิบาล ดร.วรานนท์ อนุกูล (หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัย QAO lab) ศ. เกียรติคุณ ดร. ถิรพัฒน์ วิลัยทอง (ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์) รศ.ดร. พิศิษฐ์ สิงห์ใจ (หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) และ รศ.ดร. สัมพันธ์ สิงหราชวราพันธ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ค) แสดงกลุ่มวิจัยด้านการทดลองเชิงควอนตัมในปี 2557 (ง) โครงการกักขังอะตอมเดี่ยวที่เริ่มดำเนินมาตั้งแต่ปี 2555

 

 

(ก)

 

 

(ข)

 

 

(ค)

 

 

(ง)

 

 

(จ)

 

ภาพที่ 2 การเยี่ยมชมกลุ่มวิจัยด้านอะตอมเย็น (ก) กลุ่มวิจัยของ Dr.Rainer Dumke ที่ NTU ในภาพแสดงอุปกรณ์ทดลองวัดความหนาแน่นของฟลักซ์แม่เหล็กโดยใช้อะตอมเย็น (ข) Dr. Nick Lewty กำลังอธิบายเทคนิคการสร้างโพรงควอนตัม และนำไปคู่ควบกับอะตอมเดี่ยว (ค) Dr.Wenhui Li กำลังบรรยายถึงการทดลองโดยใช้สสารควบแน่นโบสไอน์สไตน์ผลิตจากก๊าซริดเบิอร์กเย็นของอะตอมรูบิเดียม-87 (ง) Dr.Bjorn Hessmo กำลังอธิบายการทดลองกักขังอะตอมเดี่ยวที่ปลายของเส้นใยแก้วนำแสง (จ) แสดงบรรยากาศห้องทดลองหนึ่งในสองในกลุ่มวิจัยของ Dr.Murray Barrett ที่กำลังสร้างนาฬิกาอะตอมลูทิเทียม